03 ตุลาคม 2552

ทักษิณ ชินวัตร โฟนอินเข้าภูเก็ต


ทักษิณ โฟนอิน สอนมวยรัฐบาล แก้ปัญหาการท่องเที่ยว ราคายางพารา-พืชผลเกษตร 3จังหวัดชายแดนใต้ อยากเห็นทุกคนหันหน้าเข้าหากันและเกิดการปรองดองแห่งชาติ ย้ำพร้อมคุยกับทุกคน ย้ำชัดสุเทพขี้ขลาดตาขาวที่สุด

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 3 ต.ค.นี้ ที่ห้องประชุมออร์คิด โรงแรมภูเก็ตทาวน์อิน อ.เมือง จ.ภูเก็ต นายสุชน ชาลีเครือ อดีตประธานสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร์ เป็นประธานเปิดการอบรม “โครงการจัดอบรมผู้นำการพัฒนาประชาธิปไตย จ.ภูเก็ต ครั้งที่ โดยมีนายวิชิต ปลั่งศรีสกุล นายทวี สุระบาล นายวีระกร คำประกอบ นายพิเชษฐ สถิรชวาล นายภูมิพิทักษ์ กรองแก้ว มาร่วมเป็นวิทยากร และมีกลุ่มประชาชนใน 14 จังหวัดภาคใต้ กว่า 200 คนเข้าร่วม และการอบรมครั้งนี้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โฟนอินเข้ามาพูดคุยกับผู้เข้าร่วมอบรมกว่า 30 นาที ซึ่งสร้างความดีใจแก่ผู้ที่เข้าร่วมประชุมอย่างมาก

พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กล่าวกับผู้เข้าร่วมอบรมผ่านทางโทรศัพท์ว่า ยังจำได้ว่าเมื่อปี 2548 คลื่นยักษ์สึนามีเกิดขึ้นที่ จ.ภูเก็ต พังงา กระบี่ และที่ผ่านมาเกิดขึ้นที่ประเทศซามัว ผมโทรไปหาเจ้าหญิงที่ต้องก้า เขาอยากให้ผมช่วยเหลือเขาซื้อเครื่องทำน้ำจืด เพราะไม่มีน้ำจืดน้ำเค็มพัดถล่มหมด ผมก็ยินดีช่วยเหลือ ตอนที่สึนามมิเกิดขึ้นที่ประเทศไทศ ผมเป็นรัฐบาล ไม่ได้ขอความช่วยเหลือจากใคร และสามารถกู้วิกฤตขึ้นมาได้ภายในปีเดียว แต่น่าเสียดายที่การเมืองทำให้เราเสียโอกาศที่ดี ซึ่งความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการเมืองทำให้เสียหายกว่าคลื่นยักษ์สึนามิถล่มเสียอีกเสียดายว่าการรัฐประหาร 3 ปีที่ผ่านมา ทำร้ายทุกฝ่าย มันไม่ได้ทำลายเฉพาะฝ่ายสีเหลือง หรือฝ่ายสีแดง แต่มันทำลายคนทั้งประเทศ ทั้งที่ไม่รู้อีโหน่อีเหน่ คนตกงาน ราคาพืชผลกเกษตรตกต่ำ การท่องเที่ยวแย่ สถาบันที่น่าเชื่อถือก็ต้องทรุดโทรมไปด้วย เพราะมีคนนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดไม่รู้ว่าจะได้คืนขึ้นเมื่อใด และตนอยากให้เกิดความปรองดองแห่งชาติ อยากใหทุกคนหันหน้ามาปรองดอกกัน หันหน้ามาป้องบ้านเกิดเพราะบ้านจะปล่อยให้ไฟใหม้ต่อไปแบบนี้ไม่ไหมอีกแล้วเพราะไม่เช่นนั่นจะพังกันทั้งประเทศ ความน่าเชื่อถือของประเทศไทยหมดแล้ว ขณะนี้ไม่อยู่ในเรด้าของ ไม่มีประเทศใดที่อยากมาลงทุน เพราะความไม่มั่นคงทางกรเมือง

ไม่อยากให้ผมเล่นการเมืองก็ไม่เป็นไรขณะนี้การเมืองบลัพกันคนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือประชาชน ไม่ใช่นักการเมือง ประชาชนถูกใช้เป็นเครื่องมือการเมือง ทุกคนต้องคิดถึงประชาชน แต่เดี๋ยวนี้นักการเมืองเป็นนัการเมืองอาชีพ ทำให้ประชาชนแย่ คิดเพียงอย่างเดียวว่าพวกกูทำอะไรก็ถูก พวกมึงทำอะไรก็ผิด อยากให้ทุกคนหันหน้าเขาหากัน ไม่ใช่ว่าผมมาภาคใต้โดนมือตบไล่ อภิสิทธิ์ ไปอีสาน เหนือ ถูกตีนตบไล่ แล้วถามจะบริหารประเทศกันอย่างไร จะเอาน้ำหน้าที่ไหนไปคุยกับต่างชาติ

ขณะนี้ใช้ระบบศาลเปลืองมากแล้ว ระบบศาลที่เขาตั้งมาหลายชั่วอายุคน ขณะนี้จะเน่าหมดแล้ว อย่างอาจารย์สอนกฎหมายสอนอย่างมาใช้อีกอย่างหนึ่งเพราะถูกใบสั่ง อยากถามว่าทำแบบนี้เพื่ออะไร ปัญหาทุกวันนี้หากเสณษฐกิจล่มจม ไม่ขายชาติเหมือนขายชาติ ช่วงหน้าไฮซีวั่นแบบนี้ผมคิดว่าในภูเก็ต เดินเข้าไปโรงแรมไหน โรงแรมนั้นว่างหมด ฝรั่งเขาก็ชอบบอกว่ามาภูเก็ตดี ไม่ต้องจองโรงแรมล่วงหน้า ขณะนี้ทั่วโลกแข่งขันกันด้านการท่องเที่ยว แต่ประเทศอื่นแพ้ประเทศไทยที่การบริการ แต่เมื่อมาเจอคนไทยรบกันแบบนี้นักท่องเที่ยวที่จะมาเที่ยวก็ไม่มาเที่ยว

นักการเมืองเดี่ยวนี้คิดอย่างเดียวจะทำอย่างไรให้อยู่รอดอยู่ยาว คนมือยาวก็สาวได้สาวเอา กู้กันมากินมาโกงแล้วถามว่าชาวบ้านจะอยู่อย่างไร เมื่อชาวบ้านกู้มาส่งดอกแต่รับบาลกู้มากิน

สำหรับการแก้ปัญหาของจังหวัดภูเก็ตในวันนี้ งานใหญ่คือต้องแก้ปัญหาความวุ่นวายในประเทศ ต่อมาคือการโปรโมตของไทยเราไม่ถึงขั้นเรื่องโฆษณาที่ออกในซีเอ็นเอ็น เคอีทีฟ ไม่เก่ง ไม่ดี นักท่องเที่ยวรู้ความเป้นไทยอย่างเดียวก้เรือสุพรรณหงส์ และรัฐบาลต้องทำงานร่วมกับภาคเอกชน ขณะนี้รัฐบาลทำงานร่วมกับ 36 คน ยังไม่ค่อยได้ เลือกตั้ง ผบตร.คนเดียวยังตั้งไม่ได้ เป็นประวัติศาสตร์การเมืองไทยผบตร.คนเก่าเกษียณแล้วคนใหม่ยังตั้งไม่ได้ คนที่จะมาบริหารประเทศในขณะนี้บริหารยากว่าเมื่อ 20-30 ปี ที่แล้ว เพราะความเชื่อมโยงของโลกที่มันโดมกันไปหมด คนที่จะมาบริหารต้องมีความเข้าใจ คนที่นำต้องมียุทธศาสตร์ การท่องเที่ยวนี้น่าจะเป็นประโยชน์น่าจะดึงดูดนักท่องเที่ยวได้มาก เพราะมีความได้เปรียบทั้งสนามบินสุวรรณภูมิ ชายทะเล ภูเขา

ส่วนการแก้ปัญหาภาคใต้ขณะนี้มีอยู่แต่ 3-4 ประเด็น บางอย่างก็แกก้ง่ายและบางอย่างต้องใช้เวลา เรื่องแรกที่ต้องแก้ไข 1.ท่องเที่ยว สถานที่ท่องเที่ยวที่สวยที่สุด คือ ซี ซัน แซน รัฐบาลจะต้องปรับโครงสร้างหนี้ให้ผู้ประกอบการที่เจอการเมืองจนบอบช้ำก่อนให้เขาพออยู่ได้ก่อน เขาจึงมีแรงสร้างงานต่อ จากนั้นทำการตลาดท่องเที่ยวโปรโมทบุกการตลาดเชิงรุก 2.ดูแลเรื่องราคายางพารา-ผลไม้ ให้กลับคืนมาเหมือนในอดีต รัฐบาลต้องคิดหและดูแลแผนการตลาดรองรับสินค้าเกษตรก่อนฤดูกาล แต่ที่ผ่านมาไม่ทำกันเลย 3 และรื่องความสงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ พรรคประชาธิปัตย์บอกว่า 99 วัน จะสงบ แต่ดูซิกี่เดือนยังไม่สงบ แนวทางคือฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายการเมืองไม่ต้องเจรจา ต้องให้เขาเป็นฝ่ายเจรจา แต่ในขณะเดียวกันต้องทำทุกอย่างไปพร้อมกัน เช่นบังคับใช้กฎหมาย การรักษาความสงบเรียบร้อย แต่ทุกวันนี้เน้นอย่างเดียวคือเบิกเบี้ยเลี้ยงทหาร ทำให้ทหารไทยรบไม่เป็นเป็นแต่ยึดสถานีทหาร ต้องให้ทหารรู้หน้าที่ของตนเอง และตนคิดว่าคนที่ออกพ.ร.ก.ฉุกเฉินที่ขี้ขลาดที่สุดคือสุเทพ เทือกสุบรรณ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เขาใช้ออกที่ 3จว.ใต้ กลับเอาไปออกที่กรุงเทพฯ ยอมรับว่าสุเทพเป็นนักเลง แต่เป็นคนขี้ขลาดที่สุด และปัญหาระยะยาวที่แก้ไขยากที่สุดคือปัญหาการส่งออก

ส่วยกรณีที่ถูกนักการเมืองพรรคประชาธิปัตย์กล่าวหาว่าเป็นโรคมะเร็งนั้น พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าว่า เป็นการพูดเท็จเพื่อต้องการให้ประชาชนที่รักตนหมดกำลังใจที่จะต่อสู้ทางการเมืองเท่านั้น ในความเป็นจริงตนมีสุขภาพที่ดีมาก แต่มีโรคประจำตัวอยู่อย่างเดียวคือ "โรคเหงา" คิดถึงพี่น้องประชาชนที่อยุ่เมืองไทย อยกไปทำงานเพื่อช่วยให้พี่น้องประชาชนชาวไทยมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ขอให้พี่น้องอดทนอีกนิด ผมได้กลับเมืองไทยแน่ พ.ต.ท.ทักษิณ กล่าว

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น