15 พฤษภาคม 2553

รพ.กรุงเทพภูเก็ต จัดอบรมพนักงานโครงการ Service with a HEART ครั้งที่ 2

โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต จัดฝึกอบรมพนักงานในโครงการ Service with a HEART ครั้งที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 11-13 พ.ค. 53 เพื่อปลูกฝังการให้บริการด้วยใจ กับพนักงานทุกคนในองค์กร และให้ตระหนักถึงการดูแลผู้ป่วยทุกคนด้วยความห่วงใย ความปลอดภัยของผู้ป่วยถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด รพ.กรุงเทพภูเก็ตให้บริการรักษาพยาบาล ภายใต้การรับรองคุณภาพมาตรฐานระดับสากล JCI พร้อมทั้งอยู่เคียงข้างชุมชนและอยากเห็นทุกคนมีสุขภาพที่ดีไปพร้อมๆ กัน เตรียมพบกับกิจกรรมเพื่อสุขภาพเนื่องในโอกาสครบรอบ 15 ปี รพ.กรุงเทพภูเก็ต ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค. - 6 มิ.ย. 53 นี้

17 เมษายน 2553

รพ.กรุงเทพฯบวงสรวงศาลพระพรหม

นพ.บดินทร์ ละเอียด รองผู้อำนวยการ รพ.กรุงเทพภูเก็ต นำทีมแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ ร่วมบวงสรวงศาลพระพรหม และศาลตายาย เพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมสร้างขวัญและกำลังใจให้กับพนักงาน ในโอกาสที่จะครบรอบ 15 ปี ของการก่อตั้ง รพ.กรุงเทพภูเก็ตในเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ ซึ่งพิธีบวงสรวงเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกวันที่ 17 เมษายน ของทุกปี โดยในครั้งนี้ ญาดา เปียกลิ่น ผู้จัดการศูนย์อุบัติเหตุฉุกเฉิน ได้นำบุตรสาว แก้มและเกต เดอะสตาร์ เข้าร่วมพิธีอันเป็นมงคลนี้เช่นกัน

ภาวะ (ที่เกิน) ฉุกเฉิน

ขณะที่เขียนเรื่องนี้ (เสาร์ที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๓) กรุงเทพมหานครและจังหวัด ใกล้เคียงอีกบางจังหวัด กำลังอยู่ในภาวะฉุกเฉินตามกฎหมาย ในภาวะเช่นนี้ กฎหมาย ให้อำนาจแก่เจ้าหน้าที่เป็นพิเศษหลายประการ แต่แม้กระนั้น ก็ปรากฏว่ากลุ่ม นปช.เสื้อ แดงซึ่งชุมนุมยึดพื้นที่บริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศ และบริเวณแยกราชประสงค์ ไม่แยแส กับการประกาศใช้กฎหมายภาวะฉุกเฉิน และกลับแสดงการท้าทายด้วยประการต่าง ๆ นอกจากจะประณามและปลุกระดมพวกตนบนเวทีต่อมาอย่างไม่หยุดยั้งแล้ว ยังขยายพื้นที่ ที่ตนยึดไว้ออกไปอีก ในตอนบ่ายวันศุกร์ กลุ่ม นปช.เสื้อแดงได้บุกเข้าไปยึดสถานีไทยคม ในอำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี และในคืนวันเสาร์ เมื่อเจ้าหน้าที่พยายามที่จะให้ กลุ่ม นปช.เสื้อแดง “คืนพื้นที่” ที่ยึดไว้ กลุ่มเสื้อแดงก็ใช้กำลังตอบโต้อย่างรุนแรง จนเกิด การปะทะกันขึ้นอย่างรุนแรง

การปะทะทำให้เราได้รู้เป็นครั้งแรกว่า กลุ่มเสื้อแดงมีทั้งอาวุธปืน และวัตถุระเบิด และได้ใช้ทั้งสองอย่างต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ จนเป็นเหตุให้ทั้งทหารและ ประชาชนได้รับ บาดเจ็บเป็นจำนวนมาก และเสียชีวิตหลายคน

ตลอดเวลานี้ ทั้งนายกรัฐมนตรี โฆษกของรัฐบาล และโฆษกของกองทัพบก ได้แถลง ยืนยันที่จะไม่ใช้ความรุนแรง และที่จะปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

ใครจะนึกว่าอย่างไรก็ไม่รู้ แต่ผมเห็นว่ากลุ่ม นปช.เสื้อแดง ได้ยกระดับการกระทำ ของตนเอง จากการชุมนุมโดย “สันติ” หรือโดยสงบปราศจากอาวุธ ขึ้นไปเป็นการใช้กำลัง แล้ว การกระทำของกลุ่ม นปช.เสื้อแดงเข้าข่ายเป็นความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายใน ราชอาณาจักร ตามความในมาตรา ๑๑๓ ของประมวลกฎหมายอาญา ที่บัญญัติว่า

“มาตรา ๑๑๓ ผู้ใดใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อ….. (๒) ลัมล้างอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร หรืออำนาจตุลาการแห่งรัฐธรรมนูญ หรือให้ใช้ อำนาจดังกล่าวแล้วไม่ได้…..ผู้นั้นกระทำความผิดฐานเป็นกบฎ ต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต”

และที่ผู้นำกลุ่ม นปช.คนหนึ่งประกาศจะสถาปนา “รัฐไทยใหม่” ขึ้น ก็เป็นความผิด กฎหมายอาญามาตราเดียวกัน ข้อ (๓) ที่ระบุลักษณะความผิดไว้ว่า “แบ่งแยกราชอาณาจักร หรือยึดอำนาจปกครองในส่วนใดส่วนหนึ่งแห่งราชอาณาจักร”

เฉพาะแต่การปลุกระดมที่กลุ่ม นปช.กำลังกระทำมาตั้งแต่เริ่มชุมนุมจนถึงปัจจุบัน ก็เป็นความผิดกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๖ ที่บัญญัติว่า “ผู้ใดกระทำให้ ปรากฏแก่ประชาชน ด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทำ ภายในความมุ่งหมาย แห่งรัฐธรรม นูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต (๑) เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ในกฎหมายแผ่นดินหรือรัฐบาล โดยใช้กำลังข่มขืนใจหรือใช้กำลังประทุษร้าย (๒) เพื่อ ให้เกิดความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบ ขึ้นในราชอาณาจักร หรือ (๓) เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกินเจ็ดปี”

ผมเขียนเรื่องนี้เพื่อจะให้รัฐบาลพิจารณาว่า หากกลุ่ม นปช.เสื้อแดงยกระดับ พฤติการณ์ของตน จนลุกลามกลายเป็นความผิดฐานกบฎแล้วเช่นนี้ การใช้อำนาจของ เจ้าหน้าที่ ตามกฎหมายว่าด้วยภาวะฉุกเฉินจะยังเพียงพออยู่หรือไม่ เจ้าหน้าที่โดย เฉพาะทหาร จะรู้สึกว่าการปฏิบัติหน้าที่ของตน เป็นไปโดยจำกัด และทำให้ไม่สามารถ ตอบโต้ได้ ตามความจำเป็นของสถานการณ์หรือไม่

ถึงเวลาหรือยัง ที่รัฐบาลจะต้องยกระดับการใช้กฎหมายให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ด้วยการประกาศใช้กฎอัยการศึก เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทหารมีอำนาจเหนือเจ้าหน้าที่พลเรือน (โดยเฉพาะตำรวจ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นรองผู้กระทำความผิด) และสามารถใช้กฎหมาย บังคับได้โดยเด็ดขาด ในขอบเขตที่กว้างขวางออกไปอีก?

กฎอัยการศึกนั้น ไม่จำเป็นจะต้องประกาศใช้ทั้งประเทศ แต่อาจประกาศใช้เฉพาะ พื้นที่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่นั้น ๆ สามารถเผชิญเหตุร้ายได้อย่างสมเหตุสมผล ไม่ถูกจำกัดโดยบทบัญญัติของกฎหมายที่ให้อำนาจน้อยกว่า

หลักกฎหมายอาญามีอยู่ว่ากรรมชี้เจตนา กรรมของ (พ.ต.ท.)ทักษิณ ชินวัตร สมาชิกพรรคเพื่อไทย และกลุ่ม นปช.เสื้อแดงนั้น บัดนี้แสดงชัดโดยไม่ต้องสงสัย แล้วว่าเป็นกบฎ ฉะนั้น การใช้กฎหมายของรัฐบาล ก็จะต้องเป็นไปโดยสอดคล้อง กับความฉกรรจ์ของความผิด

ถ้าหากยังใช้วิธีประนีประนอมผ่อนปรน และพยายามใช้กฎหมายที่ขัดกับ สถานการณ์ ในขณะที่อาชญากรกำลังฮึกเหิม สำคัญว่าตนกำลังเป็นฝ่ายชนะ เจ้าหน้าที่จะอยู่ ในฐานะลำบาก เสียขวัญ หรือเกิดโทสะแล้วตอบโต้ไปตามอำเภอใจ ความสูญเสียที่จะเกิด ขึ้นจะร้ายแรง กว้างขวาง และยังจะผิดกฎหมายด้วย

หวังว่ารัฐบาลจะรีบตัดสินใจ ก่อนที่เหตุการณ์จะลุกลามร้ายแรงออกไปยิ่งกว่านี้.

โดย วสิษฐ เดชกุญชร

15 เมษายน 2553

ภูเก็ตแฟนตาซีจัดพิธีรดน้ำดำหัว

เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2553 นายกิตติกร คิ้วคชา (ขวา) กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ภูเก็ตแฟนตาซี จำกัด (มหาชน) พร้อมคณะผู้บริหาร และพนักงาน เข้าร่วมพิธีรดน้ำดำหัวนายผิน คิ้วคชา (ซ้าย) ประธานกรรมการบริหาร เพื่อเป็นการแสดงคารวะจิต และในโอกาสเดียวกัน นายผิน คิ้วคชา ก็ได้มอบคำอวยพรให้แก่พนักงานทุกคนเพื่อความเป็นสิริมงคล และเจริญก้าวหน้าในหน้าที่ ณ บริเวณระเบียงโรงละครวังไอยรา ภูเก็ตแฟนตาซี

03 เมษายน 2553

แนวทางการปฏิบัติตามกฎหมายภายใต้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าที่ธุรกิจควรรู้

อุไรวรรณ โตหอม ผู้จัดการฝ่ายต้อนรับส่วนหน้า และ ทัศณี เพชรจรูญ ผู้จัดการฝ่ายขาย โรงแรมรอยัล ภูเก็ต ซิตี้ ให้การต้อนรับ บรรยงค์ ลิ้มประยูรวงศ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ในโอกาสเป็นประธานเปิดงานสัมมนา “แนวทางการปฏิบัติตามกฎหมายภายใต้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าที่ธุรกิจควรรู้” โดยกล่าวเพิ่มเติมว่า “ยังมีผู้ประกอบธุรกิจจำนวนมากที่ทำผิดกฎหมายโดยไม่มีเจตนา เนื่องจากขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระเบียบปฏิบัติ ในการสัมมนาครั้งนี้ผู้เข้าร่วมสัมนาจะได้รับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฏหมายและระเบียบปฏิบัติในการการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัทที่มีการแก้ไขปรับปรุง เพื่อให้สามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง” โดยมีผู้เข้าร่วมสัมมนาเป็นจำนวนมาก ณ ห้องภูเก็ต แกรนด์ บอลรูม โรงแรมรอยัล ภูเก็ต ซิตี้ เมื่อวันที่ 3 เม.ย.53

สาธิตการช่วยเหลือนักท่องเที่ยว

โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ตได้รับเกียรติให้บรรยายในโครงการอบรมเพิ่มความรู้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพสำหรับการปฏิบัติงานของอาสาสมัคร ตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ต ครั้งที่ 2 ในหัวข้อ "สาธิตการช่วยเหลือนักท่องเที่ยว ในกรณีนักท่องเที่ยวประสบอุบัติเหตุ" โดยทีมวิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญและทักษะในการช่วยชีวิตขั้นสูง(กลุ่มเสื้อสีชมพูตรงกลาง)เป็นผู้บรรยาย พร้อมทั้งให้อาสาสมัครได้ทดลองฝึกปฏิบัติการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน ณ ห้องจามจุรี โรงแรมภูเก็ต เมอร์ลิน วันที่ 3 เมษายน ที่ผ่านมา

22 มีนาคม 2553

ม.เชียงใหม่ดูงาน ม.ราวภัฏภูเก็ต

คณบดี คณะอาจารย์ และเจ้าหน้าที่ จำนวน 25 คน จากคณะรัฐศาสตร์ และรัฐประศาสนศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ศึกษาดูงาน ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต ในการนี้ ผศ.ดร.ประภา กาหยี อธิการบดี และคณะผู้บริหาร คณบดีแต่ละคณะให้การต้อนรับ พร้อมพูดคุยแลกเปลี่ยนเรียนรู้เกี่ยวกับหลักสูตรการเรียนการสอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเกี่ยวกับหลักสูตรทางด้านรัฐศาสตร์และรัฐประศาสนศาสตร์ หลังจากนั้นได้ศึกษาดูงานวิถีชีวิตความเป็นภูเก็ต ณ สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต เมื่อวันศุกร์ที่ 19 มีนาคม 2553 ณ ห้องประชุมพรหมเทพ ตึกอำนวยการ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต

20 มีนาคม 2553

ถอยคนละก้าว หาจุดลงตัว

"เลือดแดง" นองเต็มพื้น

ทั้งบริเวณประตูทางเข้าทำเนียบรัฐบาล หน้าพรรคประชาธิปัตย์ และหน้าบ้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ในห้วงที่ม็อบเสื้อแดงจัดชุมนุมใหญ่ขับไล่รัฐบาล กดดันให้นายกฯอภิสิทธิ์ประกาศยุบสภา

แต่ก็ถือว่า โชคดีที่ยังเป็นแค่เลือดที่ผู้ชุมนุมเจาะกันเอง แล้วเอาไปเทสาดเป็นเชิงสัญลักษณ์ของการต่อสู้

เป็นแค่กิจกรรม พิธีกรรมในการเคลื่อนไหวชุมนุมเรียกร้องเท่านั้น

ไม่ใช่การนองเลือดจากการปะทะของคนไทยด้วยกัน

สถานการณ์มาถึงวันนี้ การชุมนุมของม็อบเสื้อแดงภายใต้ การนำของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ยังดำเนินต่อไป

แกนนำม็อบประกาศชัดเจนจะปักหลักต่อสู้ชุมนุมยืดเยื้อ

มีการสลับสับเปลี่ยนกำลัง คนเก่ากลับไปคนใหม่เข้ามา รอกองหนุนเสื้อแดงจากต่างจังหวัดเข้ามาเสริมทัพ

พร้อมจัดรถขนม็อบเสื้อแดงเคลื่อนขบวนไปตามถนนสายต่างๆทั่ว กทม. เพื่อเชิญชวนชาวกรุงเทพฯออกมาร่วมชุมนุมขับไล่รัฐบาล

ขยายฐานมวลชน ตามยุทธศาสตร์สงครามชนชั้น

อย่างไรก็ตาม จากภาพรวมในการชุมนุมของม็อบเสื้อแดงตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ยังถือว่าอยู่ในกรอบการชุมนุมโดยสงบตามระบอบประชาธิปไตย

ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงถึงขั้นปะทะจลาจล

แม้การเคลื่อนไหวในบางห้วงบางจังหวะอาจมีการปราศรัย หรือการกระทำที่เกินเลยไปบ้าง ก็เป็นเรื่องของผู้ที่ได้รับผลกระทบจะใช้สิทธิทางกฎหมายฟ้องร้องกันไปตามกระบวนการยุติธรรม

สำหรับทางฝ่ายรัฐบาลที่ตั้งศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) อยู่ในกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ย่านบางเขน

ทั้งนายกฯอภิสิทธิ์ และนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ฝ่ายความมั่นคง ในฐานะผู้อำนวยการ ศอ.รส. นั่งบัญชาการวางแผนรับมือม็อบด้วยตัวเอง

สั่งระดมกำลังทหาร ตำรวจ และข้าราชการพลเรือน กว่าครึ่งแสน คอยดูแลรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่ กทม.อย่างเต็มที่

ตั้งด่านตรวจอาวุธ วางกำลังรักษาสถานที่ราชการ บ้านพักบุคคลสำคัญ รวมทั้งดูแลป้องกันเหตุตามจุดเสี่ยงต่างๆ

ที่สำคัญ ได้เน้นย้ำกำลังพลที่ต้องเผชิญกับกลุ่มม็อบให้ อดทน อดกลั้น ไม่ใช้ความรุนแรง และให้ปฏิบัติตามขั้นตอนในการควบคุมฝูงชนตามหลักสากลอย่างเคร่งครัด

โดยเฉพาะในห้วงที่ม็อบยกขบวนหลายหมื่นคนไปประท้วงที่หน้ากรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ การเคลื่อนม็อบไปเทเลือดที่ทำเนียบรัฐบาล พรรคประชาธิปัตย์ และบ้านนายกฯอภิสิทธิ์

ทำให้สถานการณ์ผ่านพ้นไปได้ โดยไม่มีเหตุการณ์กระทบ กระทั่งรุนแรงถึงขั้นเสียเลือดเสียเนื้อ

ส่วนที่มีกลุ่มผู้ไม่หวังดี ปฏิบัติการป่วน ยิงระเบิดเอ็น 79 ใส่กรมทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ ริมถนนวิภาวดีรังสิต แต่ก็ยังไม่ทำให้สถานการณ์เลวร้ายรุนแรง

รัฐบาลและฝ่ายความมั่นคงยังสามารถควบคุมความสงบไว้ได้ มาตรการป้องกันระวังเหตุทำได้เข้มงวดรัดกุมพอสมควร

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางสถานการณ์ที่มีม็อบเสื้อแดงยกพลเข้ามาชุมนุมในกรุงเทพฯ และฝ่ายรัฐบาลได้ประกาศใช้ พ.ร.บ.รักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร เพื่อเป็นเครื่องมือในการรักษาความสงบเรียบร้อย

แม้การเคลื่อนไหวของม็อบ และการป้องกันระวังเหตุของรัฐบาล อยู่ในกรอบของรัฐธรรมนูญ

แต่ก็ต้องยอมรับว่า ในห้วงสถานการณ์ที่การเคลื่อนไหวชุมนุมของม็อบยังดำเนินอยู่ ย่อมมีผู้ที่ได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ประชาชนคนกรุงเทพฯจำนวนมาก ยังหวาดหวั่นไม่ไว้วางใจว่าสถานการณ์จะปลอดภัยเหมือนห้วงปกติ

โดยเฉพาะผู้ที่อยู่อาศัย หรือทำธุรกิจค้าขายในละแวกพื้นที่ชุมนุม บางคนก็ถือโอกาสปิดร้านชั่วคราว พาครอบครัวหลบไปเที่ยวต่างจังหวัด บ้างก็ต้องไปขอพักอาศัยอยู่ตามบ้านญาติ

ประชาชนทั่วไปไม่กล้าออกจากบ้านไปไหน เพราะกลัวรถติด กลัวโดนลูกหลง นักเรียนที่จะสมัครสอบเข้าชั้นมัธยมหลายโรงเรียนต้องเลื่อนการสอบออกไป

ภาคธุรกิจน้อยใหญ่ และการท่องเที่ยว แทบไม่ต้องพูดถึง เพราะได้รับผลกระทบทุกครั้งที่มีม็อบใหญ่บุกกรุง กระเทือนไปถึงภาคเศรษฐกิจทั้งวงจร

ในส่วนผลกระทบต่อภาครัฐ การประชุม ครม.ที่เป็นหัวใจหลักในการบริหารราชการแผ่น ต้องงดประชุม เพราะกลัวโดนม็อบปิดล้อม

ขณะที่การประชุมสภาฯก็ไม่สามารถเปิดประชุมได้ตามปกติ เพราะนายกฯและ ส.ส.ฝ่ายรัฐบาลไม่เข้าร่วม

นัยว่าเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้า

ไม่อยากให้เกิดเหตุซ้ำรอยสถานการณ์สลายการชุมนุมม็อบพันธมิตรฯล้อมสภาเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2551

ขณะเดียวกัน ข้าราชการหลายกระทรวงที่ตั้งอยู่ในบริเวณพื้นที่ชุมนุม ต้องย้ายที่ทำงานชั่วคราว ไปที่ศูนย์ราชการ ถนนแจ้งวัฒนะ

สิ่งเหล่านี้ คือปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น

และยังไม่มีใครรู้ว่าจะยุติลงเมื่อไหร่

เพราะทางฝ่ายรัฐบาล โดยนายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯฝ่ายความมั่นคง ออกมาชี้ว่ามีน้ำเลี้ยงก๊อกสองไหลไปถึงแกนนำม็อบ และ ส.ส.พรรคเพื่อไทย

เพื่อระดมคนจากต่างจังหวัดเข้ามาเสริมกำลังม็อบเป็นระลอก

ในขณะที่แกนนำม็อบเสื้อแดงก็ออกมาประกาศชัดเจนจะชุมนุมยืดเยื้อ โดยยึดแนวทางสันติวิธี อหิงสา

จากสถานการณ์ตรงนี้ ทำให้หลายฝ่ายในภาคสังคมพยายามหาทางออกและเสนอแนวทางต่างๆ

เพื่อให้เหตุการณ์ยุติลงด้วยดี และให้บ้านเมืองสามารถเดินหน้าไปได้

เริ่มจากฝ่ายนิติบัญญัติ ทั้งนายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร และนายประสพสุข บุญเดช ประธานวุฒิสภา

เห็นพ้องกันที่จะใช้กระบวนการทางสภาแก้ไขปัญหาวิกฤติบ้านเมือง ด้วยการเปิดประชุมร่วมรัฐสภา อภิปรายทั่วไปโดยไม่มีการลงมติ

เพื่อให้ ส.ส. และ ส.ว.เสนอแนะแนวทางการแก้ไขปัญหาม็อบเสื้อแดง เพื่อให้รัฐบาลนำไปพิจารณา

ในขณะที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่มีนางอมรา พงศาพิชญ์ เป็นประธาน ที่ได้ไปประสานหารือกับแกนนำม็อบเสื้อแดง และนายกฯอภิสิทธิ์ เพื่อเรียกร้องให้ทั้ง 2 ฝ่าย ยึดแนวทางสันติวิธี

ได้เสนอให้ฝ่ายรัฐบาลตั้งโต๊ะเจรจากับแกนนำม็อบเสื้อแดง

เพื่อหาทางแก้ไขวิกฤติการเมืองร่วมกัน และทำให้ บ้านเมืองสงบ

ทั้งนี้ในเบื้องต้นนายอภิสิทธิ์ตอบรับข้อเสนอในการเปิดโต๊ะเจรจา โดยเห็นว่า

สามารถพูดคุยกันได้ในข้อเสนอที่เกี่ยวข้องกับส่วนรวม เช่น การยุบสภาที่ไม่เกี่ยวข้องกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ

ยืนยันการพูดคุยจะเป็นประโยชน์ เพื่อให้สังคมได้รับรู้ ถึงเหตุผลของแต่ละฝ่าย และข้อดี ข้อเสียของการยุบสภา โดยการพูดคุยต้องอยู่ภายใต้การเคลื่อนไหวที่สงบ

ขณะที่แกนนำม็อบเสื้อแดงก็เห็นด้วยกับแนวทางการเปิดโต๊ะเจรจา

แต่ต้องเป็นการเจรจากับนายกฯโดยตรง และนายกฯอภิสิทธิ์จะต้องเปิดใจ ยกเลิกเงื่อนไขที่ตั้งไว้ทั้งหมด

จากปรากฏการณ์ตรงนี้ ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีที่ทั้ง 2 ฝ่าย ให้ความสำคัญกับการพูดคุยเจรจาเพื่อหาทางออก

เพราะโดยสัจธรรมปัญหาความขัดแย้งในสังคมไม่ว่าเรื่องใดๆก็ตาม ถ้าไม่หันหน้ามาพูดคุยเจรจากัน

คงไม่สามารถหาข้อยุติที่จะทำให้ปัญหาจบลงได้

จุดร่วมอันนี้ จึงเปรียบเสมือนแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ ที่จะทำให้ความสงบเรียบร้อยในบ้านเมืองกลับคืนมา

เมื่อสถานการณ์เดินมาถึงจุดนี้ "ทีมข่าวการเมืองไทยรัฐ" อยากให้การเปิดโต๊ะเจรจาระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับแกนนำม็อบเสื้อแดง

เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด

โดยเฉพาะนายกฯอภิสิทธิ์ในฐานะผู้นำรัฐบาล ควรเป็นผู้ดำเนินการเปิดโต๊ะเจรจากับแกนนำม็อบเสื้อแดงทันที

แต่ละฝ่ายมีข้อเสนออย่างไร ด้วยเหตุผลอะไร มีเงื่อนไขแค่ไหน ก็เอามาแบให้สังคมได้เห็นกันชัดๆ

เพราะข้อตกลงและเงื่อนไขต่างๆเหล่านี้ อาจเป็นทางออกให้ประเทศชาติกลับสู่ความสงบ

แต่อย่างไรก็ตาม ในห้วงที่ผ่านมา ปัญหาความขัดแย้งทาง การเมืองในเรื่องนี้ ก็เคยมีการพูดคุยทำความตกลงกันมาแล้ว

ถึงขั้นที่ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน และวุฒิสภา มีมติร่วมกันตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาความแตกแยกในสังคม

โดยได้ข้อสรุปที่จะให้มีการแก้รัฐธรรมนูญ 6 ประเด็น

แต่ในที่สุด "นายใหญ่" ก็สั่งล้มโต๊ะ

บัญชาเกมให้ฝ่ายค้าน พรรคเพื่อไทย ถอนตัว ไม่ร่วมแก้ไขรัฐธรรมนูญ 6 ประเด็น ตามแนวทางของคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ

มาถึงครั้งนี้ ทีมของเราก็ได้แต่หวังว่า การตั้งโต๊ะเจรจาระหว่างรัฐบาลกับแกนนำม็อบเสื้อแดง

เพื่อหาทางออกให้บ้านเมืองแก้ปัญหาวิกฤติของประเทศ

คงจะไม่ล้มเหลวเหมือนที่ผ่านมา

เพราะถ้าการแก้ปัญหาด้วยการเจรจาล้มเหลว เสี่ยงสูง "นองเลือด".

ที่มา : http://www.prachataiwebboard.com/webboard/id/30958

เหตุผลทำไมประชาธิปัตย์ต้องสูญพันธ์

1. คำพูดเชื่อถือไม่ได้ พูดเอาดีใส่ตัวไม่ยอมรับความจริง

2. สร้างวีรกรรมไว้มาก ขายทรัพย์สินแผ่นดินหลายแสนล้านสมัยธานินท์ นำแผ่นดินของประเทศมาแจกพวกเดียวกัน นำสุนัขมากัดประชาชน

3. ดูถูกประชาชน ชาวชนบท ไม่เห็นประชาชนมีความหมายไม่เข้าถึงหัวใจประชาชน ใช้วิธีการตอบโต้ประชาชน เหมือนนำมันราดกองไฟ เติมเชื้อทุกวัน

4. บริหารประเทศใช้วิธีการเดิมเดิม สมัยชวนก็กู้ สมัยปัจจุบันก็ใช้วิธีกู้แล้วนำงบมาละลาย

5. บังคับหน่วยงานจัดซื้อจัดจ้างตามงบSP2 โดยล๊อคสเป๊กมาจากส่วนกลางแล้วสั่งการ ให้ร้านค้ามารับแบ่งผลประโยชน์ที่ตนเองพอใจ ทำทีว่าทำถูกต้องแล้วฮั้วกันเอง

6.โกง คอรับชั่น ตามโครงการโดยตรง ทั้งปลากระป๋อง ต้นกล้าอาชีพ ชุมชนพอเพียง สาธารณสุข รถเมล์ นำงบมาประชาสัมพันธ์ตนเอง ละลายหลายล้านบาทฯลฯ

7. ยอมรับระบบเผด็จการอย่างหน้าชื่นตาบาน ทั้งที่ทั่วทั่วโลกไม่ยอมรับระบบนี้

ที่มา : http://www.prachataiwebboard.com/webboard/id/30962

ส.ผู้บริหารงานฝ่ายอาหารและเครื่องดื่มแสดงความยินดีนายกสมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ คนใหม่

สมาคมผู้บริหารงานฝ่ายอาหารและเครื่องดื่ม จังหวัดภูเก็ต ร่วมแสดงความยินดีกับ คุณสุชาติ หิรัณย์กนกกุล กรรมผู้จัดการ โรงแรมภูเก็ตเกรซแลนด์ รีสอรท์ แอนด์ สปา ในโอกาสได้รับคัดเลือกดำรงตำแหน่ง นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ คนใหม่ เมื่อเร็วๆ นี้