นพ.ก้องเกียรติ เกษเพ็ชร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต รับมอบกระเช้ากระเช้าดอกไม้จาก พญ.อติยา รุ่งแจ้ง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนังและคอสเมติค ศูนย์การแพทย์ผิวหนังกรุงเทพ (Dr.Orwan Holistic Institute) ในโอกาสเข้าแสดงความยินดีการครบรอบ 15 ปี แห่งการอยู่คู่ชุมชนภูเก็ตและจังหวัดใกล้เคียงของโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต พบกิจกรรมการส่งเสริมสุขภาพทั้งทางกายและใจมากมายในงานมหกรรมสุขภาพดี “15 ปี สุขภาพดีไปด้วยกัน” และชมการออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากกลุ่มชาวไทยใหม่ กลุ่มผลิตภัณฑ์โอท็อป และการแสดงวัฒนธรรมพื้นบ้าน จากชมรมฟื้นฟูสุขภาพ ตั้งแต่วันนี้ - 6 มิ.ย. 53 ณ โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต
25 พฤษภาคม 2553
รพ.กรุงเทพภูเก็ตจัด 15 ปี สุขภาพดีไปด้วยกัน
นพ.ก้องเกียรติ เกษเพ็ชร์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต รับมอบกระเช้ากระเช้าดอกไม้จาก พญ.อติยา รุ่งแจ้ง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนังและคอสเมติค ศูนย์การแพทย์ผิวหนังกรุงเทพ (Dr.Orwan Holistic Institute) ในโอกาสเข้าแสดงความยินดีการครบรอบ 15 ปี แห่งการอยู่คู่ชุมชนภูเก็ตและจังหวัดใกล้เคียงของโรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต พบกิจกรรมการส่งเสริมสุขภาพทั้งทางกายและใจมากมายในงานมหกรรมสุขภาพดี “15 ปี สุขภาพดีไปด้วยกัน” และชมการออกร้านจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากกลุ่มชาวไทยใหม่ กลุ่มผลิตภัณฑ์โอท็อป และการแสดงวัฒนธรรมพื้นบ้าน จากชมรมฟื้นฟูสุขภาพ ตั้งแต่วันนี้ - 6 มิ.ย. 53 ณ โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต
เทสโก้โลตัส ต่อยอดน้องเรียนดี
อนึ่ง มูลนิธิเทสโก้เพื่อไทย มีจุดเป้าหมายในการส่งเสริมให้เยาวชนไทยได้มีโอกาสทางด้านการศึกษาที่ดีขึ้น ด้วยกิจกรรมที่หลากหลาย อาทิเช่น การสนับสนุนทางด้านทุนการศึกษา การส่งเสริมทางด้านวิชาชีพค้าปลีก การบริจาคอุปกรณ์กีฬาให้กับนักเรียนในโรงเรียนต่างๆ รวมทั้งกิจกรรมต่างๆ เพื่อระดมทุนเพื่อช่วยเหลือและส่งเสริมชุมชนและหน่วยงานการกุศลต่างๆ ในเรื่องการศึกษา สุขภาพ และอุทกภัยต่างๆ โดย ณ วันนี้ เราได้มอบทุนกว่า 10,000 ทุนการศึกษาแก่นักเรียนทั่วประเทศ
17 พฤษภาคม 2553
ม.ราชภัฏภูเก็ต ชวนผู้สนใจ เรียนทำลูกชิ้น ไก่ยอ ไส้กรอก ไก่เชียง หวังสร้างอาชีพ รายได้
สาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร คณะเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต อบรมเชิงปฏิบัติการ “การผลิตลูกชิ้น ไก่ยอ ไส้กรอก และไก่เชียง เพื่อสร้างอาชีพ” ทั้งนี้ผู้ที่เข้ารับการอบรมจะได้ทราบถึงวิธีการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์ ตั้งแต่ความรู้ด้านวิชาการและความรู้ในการปฏิบัติการจริง ซึ่งจะมีการปฏิบัติการผลิตผลิตภัณฑ์ ที่กล่าวมาทั้ง 4 ประเภท ซึ่งผู้อบรมสามารถนำไปประกอบอาชีพได้จริงหลังการอบรม ทั้งนี้มหาวิทยาลัยจะดำเนินการอบรมระหว่างวันที่ 26-27 มิถุนายน 2553 ผู้สนใจสมัครได้ตั้งแต่ตอนนี้ เนื่องจากรับสมัครจำนวนจำกัด และสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 076-240474-7 ต่อ 616นางสาวณัฐยาวรรณ พิชัยยุทธ กล่าวถึงที่มาของการอบรมนี้ว่า ด้วยสาขาวิชาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีการอาหาร คณะเทคโนโลยีการเกษตร เห็นว่า ผลิตภัณฑ์เนื้อสัตว์ไม่ว่าจะเป็นลูกชิ้น ไส้กรอก ไก่ยอ และไก่เชียง เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคเป็นอย่างมาก ทั้งในด้านการบริโภคประจำวัน และการนำอาหารไปใช้ในงานเลี้ยง ดังนั้น การนำเนื้อสัตว์มาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์เหล่านี้จะสามารถเพิ่มมูลค่าของเนื้อสัตว์และสร้างรายได้ ให้แก่ผู้ประกอบการ อย่างไรก็ตามการผลิตผลิตภัณฑ์เนื้อเหล่านี้ ให้มีคุณภาพที่ดีและมีความปลอดภัยแก่ผู้บริโภคจำเป็นต้องใช้ความรู้ทางเทคโนโลยีการอาหารที่เหมาะสม ดังกล่าวจึงได้จัดการอบรมขึ้น เพื่อเป็นประโยชน์ต่อผู้เข้าอบรมในการผลิตผลิตภัณฑ์จากเนื้อสัตว์
15 พฤษภาคม 2553
เทสโก้ โลตัส อุ้มเกษตรกร
รพ.กรุงเทพภูเก็ต จัดอบรมพนักงานโครงการ Service with a HEART ครั้งที่ 2
โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ต จัดฝึกอบรมพนักงานในโครงการ Service with a HEART ครั้งที่ 2 ตั้งแต่วันที่ 11-13 พ.ค. 53 เพื่อปลูกฝังการให้บริการด้วยใจ กับพนักงานทุกคนในองค์กร และให้ตระหนักถึงการดูแลผู้ป่วยทุกคนด้วยความห่วงใย ความปลอดภัยของผู้ป่วยถือเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด รพ.กรุงเทพภูเก็ตให้บริการรักษาพยาบาล ภายใต้การรับรองคุณภาพมาตรฐานระดับสากล JCI พร้อมทั้งอยู่เคียงข้างชุมชนและอยากเห็นทุกคนมีสุขภาพที่ดีไปพร้อมๆ กัน เตรียมพบกับกิจกรรมเพื่อสุขภาพเนื่องในโอกาสครบรอบ 15 ปี รพ.กรุงเทพภูเก็ต ตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค. - 6 มิ.ย. 53 นี้
17 เมษายน 2553
รพ.กรุงเทพฯบวงสรวงศาลพระพรหม
นพ.บดินทร์ ละเอียด รองผู้อำนวยการ รพ.กรุงเทพภูเก็ต นำทีมแพทย์ พยาบาล และเจ้าหน้าที่ ร่วมบวงสรวงศาลพระพรหม และศาลตายาย เพื่อความเป็นสิริมงคล พร้อมสร้างขวัญและกำลังใจให้กับพนักงาน ในโอกาสที่จะครบรอบ 15 ปี ของการก่อตั้ง รพ.กรุงเทพภูเก็ตในเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้ ซึ่งพิธีบวงสรวงเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกวันที่ 17 เมษายน ของทุกปี โดยในครั้งนี้ ญาดา เปียกลิ่น ผู้จัดการศูนย์อุบัติเหตุฉุกเฉิน ได้นำบุตรสาว แก้มและเกต เดอะสตาร์ เข้าร่วมพิธีอันเป็นมงคลนี้เช่นกัน
ภาวะ (ที่เกิน) ฉุกเฉิน
ขณะที่เขียนเรื่องนี้ (เสาร์ที่ ๑๐ เมษายน ๒๕๕๓) กรุงเทพมหานครและจังหวัด ใกล้เคียงอีกบางจังหวัด กำลังอยู่ในภาวะฉุกเฉินตามกฎหมาย ในภาวะเช่นนี้ กฎหมาย ให้อำนาจแก่เจ้าหน้าที่เป็นพิเศษหลายประการ แต่แม้กระนั้น ก็ปรากฏว่ากลุ่ม นปช.เสื้อ แดงซึ่งชุมนุมยึดพื้นที่บริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศ และบริเวณแยกราชประสงค์ ไม่แยแส กับการประกาศใช้กฎหมายภาวะฉุกเฉิน และกลับแสดงการท้าทายด้วยประการต่าง ๆ นอกจากจะประณามและปลุกระดมพวกตนบนเวทีต่อมาอย่างไม่หยุดยั้งแล้ว ยังขยายพื้นที่ ที่ตนยึดไว้ออกไปอีก ในตอนบ่ายวันศุกร์ กลุ่ม นปช.เสื้อแดงได้บุกเข้าไปยึดสถานีไทยคม ในอำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี และในคืนวันเสาร์ เมื่อเจ้าหน้าที่พยายามที่จะให้ กลุ่ม นปช.เสื้อแดง “คืนพื้นที่” ที่ยึดไว้ กลุ่มเสื้อแดงก็ใช้กำลังตอบโต้อย่างรุนแรง จนเกิด การปะทะกันขึ้นอย่างรุนแรง
การปะทะทำให้เราได้รู้เป็นครั้งแรกว่า กลุ่มเสื้อแดงมีทั้งอาวุธปืน และวัตถุระเบิด และได้ใช้ทั้งสองอย่างต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ จนเป็นเหตุให้ทั้งทหารและ ประชาชนได้รับ บาดเจ็บเป็นจำนวนมาก และเสียชีวิตหลายคน
ตลอดเวลานี้ ทั้งนายกรัฐมนตรี โฆษกของรัฐบาล และโฆษกของกองทัพบก ได้แถลง ยืนยันที่จะไม่ใช้ความรุนแรง และที่จะปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
ใครจะนึกว่าอย่างไรก็ไม่รู้ แต่ผมเห็นว่ากลุ่ม นปช.เสื้อแดง ได้ยกระดับการกระทำ ของตนเอง จากการชุมนุมโดย “สันติ” หรือโดยสงบปราศจากอาวุธ ขึ้นไปเป็นการใช้กำลัง แล้ว การกระทำของกลุ่ม นปช.เสื้อแดงเข้าข่ายเป็นความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายใน ราชอาณาจักร ตามความในมาตรา ๑๑๓ ของประมวลกฎหมายอาญา ที่บัญญัติว่า
“มาตรา ๑๑๓ ผู้ใดใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อ….. (๒) ลัมล้างอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร หรืออำนาจตุลาการแห่งรัฐธรรมนูญ หรือให้ใช้ อำนาจดังกล่าวแล้วไม่ได้…..ผู้นั้นกระทำความผิดฐานเป็นกบฎ ต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต”
และที่ผู้นำกลุ่ม นปช.คนหนึ่งประกาศจะสถาปนา “รัฐไทยใหม่” ขึ้น ก็เป็นความผิด กฎหมายอาญามาตราเดียวกัน ข้อ (๓) ที่ระบุลักษณะความผิดไว้ว่า “แบ่งแยกราชอาณาจักร หรือยึดอำนาจปกครองในส่วนใดส่วนหนึ่งแห่งราชอาณาจักร”
เฉพาะแต่การปลุกระดมที่กลุ่ม นปช.กำลังกระทำมาตั้งแต่เริ่มชุมนุมจนถึงปัจจุบัน ก็เป็นความผิดกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๖ ที่บัญญัติว่า “ผู้ใดกระทำให้ ปรากฏแก่ประชาชน ด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทำ ภายในความมุ่งหมาย แห่งรัฐธรรม นูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต (๑) เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ในกฎหมายแผ่นดินหรือรัฐบาล โดยใช้กำลังข่มขืนใจหรือใช้กำลังประทุษร้าย (๒) เพื่อ ให้เกิดความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบ ขึ้นในราชอาณาจักร หรือ (๓) เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกินเจ็ดปี”
ผมเขียนเรื่องนี้เพื่อจะให้รัฐบาลพิจารณาว่า หากกลุ่ม นปช.เสื้อแดงยกระดับ พฤติการณ์ของตน จนลุกลามกลายเป็นความผิดฐานกบฎแล้วเช่นนี้ การใช้อำนาจของ เจ้าหน้าที่ ตามกฎหมายว่าด้วยภาวะฉุกเฉินจะยังเพียงพออยู่หรือไม่ เจ้าหน้าที่โดย เฉพาะทหาร จะรู้สึกว่าการปฏิบัติหน้าที่ของตน เป็นไปโดยจำกัด และทำให้ไม่สามารถ ตอบโต้ได้ ตามความจำเป็นของสถานการณ์หรือไม่
ถึงเวลาหรือยัง ที่รัฐบาลจะต้องยกระดับการใช้กฎหมายให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ด้วยการประกาศใช้กฎอัยการศึก เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทหารมีอำนาจเหนือเจ้าหน้าที่พลเรือน (โดยเฉพาะตำรวจ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นรองผู้กระทำความผิด) และสามารถใช้กฎหมาย บังคับได้โดยเด็ดขาด ในขอบเขตที่กว้างขวางออกไปอีก?
กฎอัยการศึกนั้น ไม่จำเป็นจะต้องประกาศใช้ทั้งประเทศ แต่อาจประกาศใช้เฉพาะ พื้นที่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่นั้น ๆ สามารถเผชิญเหตุร้ายได้อย่างสมเหตุสมผล ไม่ถูกจำกัดโดยบทบัญญัติของกฎหมายที่ให้อำนาจน้อยกว่า
หลักกฎหมายอาญามีอยู่ว่ากรรมชี้เจตนา กรรมของ (พ.ต.ท.)ทักษิณ ชินวัตร สมาชิกพรรคเพื่อไทย และกลุ่ม นปช.เสื้อแดงนั้น บัดนี้แสดงชัดโดยไม่ต้องสงสัย แล้วว่าเป็นกบฎ ฉะนั้น การใช้กฎหมายของรัฐบาล ก็จะต้องเป็นไปโดยสอดคล้อง กับความฉกรรจ์ของความผิด
ถ้าหากยังใช้วิธีประนีประนอมผ่อนปรน และพยายามใช้กฎหมายที่ขัดกับ สถานการณ์ ในขณะที่อาชญากรกำลังฮึกเหิม สำคัญว่าตนกำลังเป็นฝ่ายชนะ เจ้าหน้าที่จะอยู่ ในฐานะลำบาก เสียขวัญ หรือเกิดโทสะแล้วตอบโต้ไปตามอำเภอใจ ความสูญเสียที่จะเกิด ขึ้นจะร้ายแรง กว้างขวาง และยังจะผิดกฎหมายด้วย
หวังว่ารัฐบาลจะรีบตัดสินใจ ก่อนที่เหตุการณ์จะลุกลามร้ายแรงออกไปยิ่งกว่านี้.
โดย วสิษฐ เดชกุญชร
การปะทะทำให้เราได้รู้เป็นครั้งแรกว่า กลุ่มเสื้อแดงมีทั้งอาวุธปืน และวัตถุระเบิด และได้ใช้ทั้งสองอย่างต่อสู้กับเจ้าหน้าที่ จนเป็นเหตุให้ทั้งทหารและ ประชาชนได้รับ บาดเจ็บเป็นจำนวนมาก และเสียชีวิตหลายคน
ตลอดเวลานี้ ทั้งนายกรัฐมนตรี โฆษกของรัฐบาล และโฆษกของกองทัพบก ได้แถลง ยืนยันที่จะไม่ใช้ความรุนแรง และที่จะปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด
ใครจะนึกว่าอย่างไรก็ไม่รู้ แต่ผมเห็นว่ากลุ่ม นปช.เสื้อแดง ได้ยกระดับการกระทำ ของตนเอง จากการชุมนุมโดย “สันติ” หรือโดยสงบปราศจากอาวุธ ขึ้นไปเป็นการใช้กำลัง แล้ว การกระทำของกลุ่ม นปช.เสื้อแดงเข้าข่ายเป็นความผิดต่อความมั่นคงของรัฐภายใน ราชอาณาจักร ตามความในมาตรา ๑๑๓ ของประมวลกฎหมายอาญา ที่บัญญัติว่า
“มาตรา ๑๑๓ ผู้ใดใช้กำลังประทุษร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะใช้กำลังประทุษร้าย เพื่อ….. (๒) ลัมล้างอำนาจนิติบัญญัติ อำนาจบริหาร หรืออำนาจตุลาการแห่งรัฐธรรมนูญ หรือให้ใช้ อำนาจดังกล่าวแล้วไม่ได้…..ผู้นั้นกระทำความผิดฐานเป็นกบฎ ต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต”
และที่ผู้นำกลุ่ม นปช.คนหนึ่งประกาศจะสถาปนา “รัฐไทยใหม่” ขึ้น ก็เป็นความผิด กฎหมายอาญามาตราเดียวกัน ข้อ (๓) ที่ระบุลักษณะความผิดไว้ว่า “แบ่งแยกราชอาณาจักร หรือยึดอำนาจปกครองในส่วนใดส่วนหนึ่งแห่งราชอาณาจักร”
เฉพาะแต่การปลุกระดมที่กลุ่ม นปช.กำลังกระทำมาตั้งแต่เริ่มชุมนุมจนถึงปัจจุบัน ก็เป็นความผิดกฎหมายอาญา มาตรา ๑๑๖ ที่บัญญัติว่า “ผู้ใดกระทำให้ ปรากฏแก่ประชาชน ด้วยวาจา หนังสือ หรือวิธีอื่นใด อันมิใช่เป็นการกระทำ ภายในความมุ่งหมาย แห่งรัฐธรรม นูญ หรือมิใช่เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือติชมโดยสุจริต (๑) เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง ในกฎหมายแผ่นดินหรือรัฐบาล โดยใช้กำลังข่มขืนใจหรือใช้กำลังประทุษร้าย (๒) เพื่อ ให้เกิดความปั่นป่วน หรือกระด้างกระเดื่องในหมู่ประชาชน ถึงขนาดที่จะก่อความไม่สงบ ขึ้นในราชอาณาจักร หรือ (๓) เพื่อให้ประชาชนล่วงละเมิดกฎหมายแผ่นดิน ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกินเจ็ดปี”
ผมเขียนเรื่องนี้เพื่อจะให้รัฐบาลพิจารณาว่า หากกลุ่ม นปช.เสื้อแดงยกระดับ พฤติการณ์ของตน จนลุกลามกลายเป็นความผิดฐานกบฎแล้วเช่นนี้ การใช้อำนาจของ เจ้าหน้าที่ ตามกฎหมายว่าด้วยภาวะฉุกเฉินจะยังเพียงพออยู่หรือไม่ เจ้าหน้าที่โดย เฉพาะทหาร จะรู้สึกว่าการปฏิบัติหน้าที่ของตน เป็นไปโดยจำกัด และทำให้ไม่สามารถ ตอบโต้ได้ ตามความจำเป็นของสถานการณ์หรือไม่
ถึงเวลาหรือยัง ที่รัฐบาลจะต้องยกระดับการใช้กฎหมายให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ด้วยการประกาศใช้กฎอัยการศึก เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทหารมีอำนาจเหนือเจ้าหน้าที่พลเรือน (โดยเฉพาะตำรวจ ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็นรองผู้กระทำความผิด) และสามารถใช้กฎหมาย บังคับได้โดยเด็ดขาด ในขอบเขตที่กว้างขวางออกไปอีก?
กฎอัยการศึกนั้น ไม่จำเป็นจะต้องประกาศใช้ทั้งประเทศ แต่อาจประกาศใช้เฉพาะ พื้นที่ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ทหารในพื้นที่นั้น ๆ สามารถเผชิญเหตุร้ายได้อย่างสมเหตุสมผล ไม่ถูกจำกัดโดยบทบัญญัติของกฎหมายที่ให้อำนาจน้อยกว่า
หลักกฎหมายอาญามีอยู่ว่ากรรมชี้เจตนา กรรมของ (พ.ต.ท.)ทักษิณ ชินวัตร สมาชิกพรรคเพื่อไทย และกลุ่ม นปช.เสื้อแดงนั้น บัดนี้แสดงชัดโดยไม่ต้องสงสัย แล้วว่าเป็นกบฎ ฉะนั้น การใช้กฎหมายของรัฐบาล ก็จะต้องเป็นไปโดยสอดคล้อง กับความฉกรรจ์ของความผิด
ถ้าหากยังใช้วิธีประนีประนอมผ่อนปรน และพยายามใช้กฎหมายที่ขัดกับ สถานการณ์ ในขณะที่อาชญากรกำลังฮึกเหิม สำคัญว่าตนกำลังเป็นฝ่ายชนะ เจ้าหน้าที่จะอยู่ ในฐานะลำบาก เสียขวัญ หรือเกิดโทสะแล้วตอบโต้ไปตามอำเภอใจ ความสูญเสียที่จะเกิด ขึ้นจะร้ายแรง กว้างขวาง และยังจะผิดกฎหมายด้วย
หวังว่ารัฐบาลจะรีบตัดสินใจ ก่อนที่เหตุการณ์จะลุกลามร้ายแรงออกไปยิ่งกว่านี้.
โดย วสิษฐ เดชกุญชร
15 เมษายน 2553
ภูเก็ตแฟนตาซีจัดพิธีรดน้ำดำหัว
เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2553 นายกิตติกร คิ้วคชา (ขวา) กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ภูเก็ตแฟนตาซี จำกัด (มหาชน) พร้อมคณะผู้บริหาร และพนักงาน เข้าร่วมพิธีรดน้ำดำหัวนายผิน คิ้วคชา (ซ้าย) ประธานกรรมการบริหาร เพื่อเป็นการแสดงคารวะจิต และในโอกาสเดียวกัน นายผิน คิ้วคชา ก็ได้มอบคำอวยพรให้แก่พนักงานทุกคนเพื่อความเป็นสิริมงคล และเจริญก้าวหน้าในหน้าที่ ณ บริเวณระเบียงโรงละครวังไอยรา ภูเก็ตแฟนตาซี
03 เมษายน 2553
แนวทางการปฏิบัติตามกฎหมายภายใต้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าที่ธุรกิจควรรู้
อุไรวรรณ โตหอม ผู้จัดการฝ่ายต้อนรับส่วนหน้า และ ทัศณี เพชรจรูญ ผู้จัดการฝ่ายขาย โรงแรมรอยัล ภูเก็ต ซิตี้ ให้การต้อนรับ บรรยงค์ ลิ้มประยูรวงศ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ในโอกาสเป็นประธานเปิดงานสัมมนา “แนวทางการปฏิบัติตามกฎหมายภายใต้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าที่ธุรกิจควรรู้” โดยกล่าวเพิ่มเติมว่า “ยังมีผู้ประกอบธุรกิจจำนวนมากที่ทำผิดกฎหมายโดยไม่มีเจตนา เนื่องจากขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระเบียบปฏิบัติ ในการสัมมนาครั้งนี้ผู้เข้าร่วมสัมนาจะได้รับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับกฏหมายและระเบียบปฏิบัติในการการจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนบริษัทที่มีการแก้ไขปรับปรุง เพื่อให้สามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง” โดยมีผู้เข้าร่วมสัมมนาเป็นจำนวนมาก ณ ห้องภูเก็ต แกรนด์ บอลรูม โรงแรมรอยัล ภูเก็ต ซิตี้ เมื่อวันที่ 3 เม.ย.53
สาธิตการช่วยเหลือนักท่องเที่ยว
โรงพยาบาลกรุงเทพภูเก็ตได้รับเกียรติให้บรรยายในโครงการอบรมเพิ่มความรู้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพสำหรับการปฏิบัติงานของอาสาสมัคร ตำรวจท่องเที่ยวภูเก็ต ครั้งที่ 2 ในหัวข้อ "สาธิตการช่วยเหลือนักท่องเที่ยว ในกรณีนักท่องเที่ยวประสบอุบัติเหตุ" โดยทีมวิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญและทักษะในการช่วยชีวิตขั้นสูง(กลุ่มเสื้อสีชมพูตรงกลาง)เป็นผู้บรรยาย พร้อมทั้งให้อาสาสมัครได้ทดลองฝึกปฏิบัติการช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน ณ ห้องจามจุรี โรงแรมภูเก็ต เมอร์ลิน วันที่ 3 เมษายน ที่ผ่านมา
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)